Thursday, October 22, 2020

เสียงของ‘รุ้ง’จากทัณฑสถานหญิง ยังอยู่ดี กร้าวแรงต้านจะทวีคูณ

 (23 ตุลาคม 2563) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความถึงการเข้าเยี่ยม นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับในช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม 2563 มีเนื้อหาดังนี้...


++ เสียงของ “รุ้ง ปนัสยา” จากทัณฑสถานหญิง ++


รุ้งแปลกตาเราไปมาก เธอถูกตัดผมสั้นประบ่า และผมถูกย้อมจากสีบลอนด์ทองเป็นสีดำ เธอสวมใส่ชุดผู้ต้องขังแรกรับสีน้ำตาล สวมหน้ากากสีน้ำเงิน และสวมหน้ากากพลาสติกคลุมหน้า (face shield)


เรายิ้มให้กัน และเริ่มคุยผ่านสายโทรศัพท์


รุ้งบอกว่า เพิ่งถูกตัดและย้อมผมเมื่อเช้า ก่อนที่ทนายความจะมาตีเยี่ยม ถ้าเราจำภาพล่าสุดของเธอได้คือเมื่อวานที่รุ้งและเพนกวินถูกควบคุมตัวส่งจาก บก.ตชด.ภาค 1 ไปยังศาลอาญา ในกระบวนการที่พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลเพื่อฝากขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน ตอนนั้นเธอยังผมยาวสีบลอนด์ทองและใส่เสื้อสีแดงเป็นเอกลักษณ์ แต่ตอนนี้ เธอผมสีดำและสั้นประบ่า เป็นไปตามข้อบังคับและกฎในเรือนจำที่นี่ เธอยังสวมแว่นสายตาอันเดิม ผู้คุมยังให้ใส่ได้ แต่ทราบว่าต้องหาแว่นที่ต้องตามระเบียบ คือกรอบพลาสติกสีดำไม่มีลวดลายใดๆ เท่านั้น คงต้องขอให้ที่บ้านตัดแว่นแล้วส่งเข้ามา เนื่องจากเป็นเลนส์พิเศษที่ต้องสั่งล่วงหน้า


เราถามไถ่ รุ้งบอกอยู่ได้ เราแจ้งว่าทางทนายได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันของรุ้ง เพนกวิน และไมค์ไปแล้วเช้านี้ รอฟังคำสั่ง


รุ้งถามถึงสถานการณ์การชุมนุมข้างนอกและเพื่อนๆ ของเธอ เธอดูปลื้มใจที่คนออกมามากมาย แต่ก็กังวลและห่วงความปลอดภัยของทุกคนด้วย พอเราเล่าถึงการแถลงข่าวของพลเอกประยุทธ์ว่า ถอยคนละก้าว รุ้งก็พูดยิ้มๆ ตามสไตล์เธอว่า “I Hear” แล้วแค่นหัวเราะ


เราได้อ่านข้อความที่เพื่อนและผู้คนฝากไปถึงรุ้ง เธอเริ่มน้ำตาคลอ ยิ้มไปในทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อความบ้าง และน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน ไม่ว่าจะข้อความกำลังใจจากเพื่อนๆ และจากคนที่ไม่รู้จักกันเลย เราได้เล่าให้ฟังว่า อาจารย์ธงชัยฝากให้กำลังใจ “และขอยกย่องหัวใจแข็งแกร่งของทุกคน”


เราถามสภาพในเรือนจำ รุ้งเล่าว่าที่นี่แออัดกว่าที่เรือนจำธัญบุรีและมีกฎระเบียบเข้มงวดกว่า ข้างในมีคนพอรู้ว่าเธอคือใคร มีผู้ต้องขังมาทักทายบ้าง โดยตอนนี้ต้องอยู่ในห้องกักโรครวมกับผู้ต้องขังหญิง ประมาณ 48 คน


เราบอกว่า อาจารย์ธงชัยฝากอีกอย่างว่า ในคุก หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุด รุ้งบอกว่าพอหาหนังสืออ่านแล้ว แต่ได้แค่เล่มเดียวที่เธอว่าพอจะอ่านได้และมีประโยชน์ คือ ปรัชญาของวอลแตร์ ที่เหลือส่วนมากเป็นหนังสือศาสนา


เมื่อถามว่ามีอะไรอยากบอกคนข้างนอก บอกสาธารณชนบ้าง รุ้งแจ้งว่า “ยังอยู่ดี ยังไม่หายไปไหน ยังอยู่กับทุกคนในรูปแบบอุดมการณ์ ถึงตัวจะอยู่ในคุก แต่ใจอยู่กับทุกคนเสมอ ขอให้กำลังใจทุกคนที่เคลื่อนไหวต่อสู้ ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาร่วมกับเพื่อนเราในทุกวัน ทำให้คนข้างในมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป


“ขอให้ไปร่วมกันเยอะๆ ให้พวกเผด็จการศักดินาเห็นว่า ตอนนี้ประชาชนออกมาแสดงจุดยืน แสดงอุดมการณ์ แสดงความต้องการแล้ว ถ้าหากพวกเผด็จการศักดินายังไม่หยุด ยังไม่ตอบสนองกับความต้องการของประชาชน การแสดงการต่อต้านจะทวีคูณ


“ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”


ก่อนลาเพื่อพบและกอดอีกครั้ง เราต่างยิ้มและกลั้นน้ำตา ตัวเราเองอยากให้กำลังใจรุ้งอีกครั้ง เราหยิบสมุดบันทึกของเราขึ้นให้รุ้งดู มีสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่ไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้สลายไป การสลายการชุมนุมและจับกุมแกนนำกลายเป็นการขยายและเติบโตของอุดมการณ์และการต่อสู้ไปอย่างกว้างขวางแล้ว


เราชูสามนิ้วให้กัน ให้รุ้งผู้เข้มแข็งและมั่นคง


ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” เป็นนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เธอถูกจับกุมตามหมายจับในช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค. 63 ในคดีชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ก่อนถูกคุมขังที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี มาจนถึงวันที่ 20 ต.ค. 63


แม้จะได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว แต่เธอถูกอายัดตัวต่อตามหมายจับในคดีการชุมนุมที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 63 และศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว ทำให้ปนัสยาถูกส่งไปคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางมาตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ถึงปัจจุบันเธอสูญเสียอิสรภาพมาแล้ว 8 วัน และยังต้องรอฟังผลการอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวดังกล่าว ดูน้อยลง


No comments: