Sunday, October 25, 2020

พท.บี้'บิ๊กตู่'ประกาศลาออกกลางสภา เลิกโยนความผิดให้ม็อบ

 26 ต.ค. 63 - ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายในระหว่างการประชุมรัฐสภาร่วมกันสมัยวิสามัญว่า การเปิดอภิปรายครั้งนี้เป็นความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้าน เพราะเหตุว่ามีปัญหาเร่งด่วนที่รัฐสภาต้องหาทางออก และแน่นอนเป็นปัญหาเดียวกับที่รัฐบาลแจ้งมาต่อรัฐสภา แต่ข้อห่วงใยของพรรคเพื่อไทยแตกต่างจากรัฐบาล โดยรัฐบาลบอกว่าปัญหามาจากการชุมนุม ซึ่งตนรู้สึกผิดหวัง เพราะรัฐบาลมองว่าตัวเองไม่มีความผิด แต่โยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม ทั้งที่รัฐบาลไม่เคยทำอะไรเลยแม้แต่กับการเจรจาต่อผู้ชุมนุม ดังนั้น จึงหวังว่าการประชุมวันนี้จะไม่ขัดแย้งมากขึ้น และควรอภิปรายอย่างสร้างสรรค์  เมื่อรัฐบาลตั้งโจทย์ผิด การแก้ปัญหาจึงผิดไปด้วย เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีปราบปรามการชุมนุม การพิจารณาของวันนี้จึงเป็นการเสนอทางออก


ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นต้นตอของปัญหาที่นายกฯไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะมีส่วนโดยตรงในการจัดทำและกำหนดเนื้อหา ปัญหาทั้งหมดจึงมาจากนายกฯตั้งแต่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อรัฐธรรมนูญมีปัญหาจึงมีการเรียกร้อง แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านได้รับคือการเยาะเย้ยถากถาง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องในประเด็นนี้ รัฐบาลกลับไม่สนใจเพราะคาดการณ์ผิด และมองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่อาจรวมตัวได้จึงไม่ได้ให้ราคา แต่เมื่อมีการรวมตัวกันได้ มีจำนวนมากขึ้น รัฐบาลเกรงว่าภัยจะถึงตัว จึงทำโดยเลี่ยงไม่ได้


“ขอกราบเรียนว่าพล.อ.ประยุทธ์ คือผู้สร้างปัญหาโดยตรง ขอเรียกร้องให้นายกฯ อย่าทำให้บ้านเมืองเสียหายมากกว่านี้ ท่านได้ประโยชน์มามากมายแล้วจากการดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช. และนายกฯ ซึ่งหนทางที่จะทำให้ม็อบยุติลง รัฐสภาจะต้องลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ และตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาในวาระสองและวาระสาม ให้ตั้ง ส.ส.ร.  จึงขอเรียกร้องนายกฯให้ยืนขึ้นและประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางสภา และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก็ให้ยุบสภาเพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ การลาออกของพล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผ่านมา แต่ถ้าเลือกหนทางยุบสภา ผลที่ตามมาคือ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ และเพิ่มความขัอแย้ง ดังนั้น นายกฯต้องเสียสละเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป” นายประเสริฐ ระบุ.


https://www.thaipost.net/main/detail/81807


No comments: